ร่วมใจผูกเสี่ยว

ประเพณีผูกเสี่ยว  เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสานที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ  คำว่า “เสี่ยว” หมายถึงเพื่อนรัก เพื่อนสนิทที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ที่เกื้อกูลกันมาและเอื้ออาทรต่อกัน มีความ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันเหมือนญาติสนิท บางทีเรียกว่า “เพื่อนตาย” ก็มี
                 คนอีสานนั้นจำเป็นจะต้องมีเพื่อนสนิทคือ ”เสี่ยว”ไว้ทุกคน เพราะกา รเดินทางไปมาหาสู่กันต้องนอนค้างตามหมู่บ้านต่างๆ หรือคราวมีเทศกาลบุญสำคัญเกิดขึ้นเช่น บุญบั้งไฟ บุญคุ้ม บุญเข้าพรรษา บุญกฐิน เป็นต้น เสี่ยวทั้งหลายก็จะได้ไปเยี่ยมยามถามข่าวกันและพักนอนด้วยกัน  เมื่อลูกผูกเสี่ยวกัน บิดามาร ดาก็กลายเป็นญาติสนิทกัน ซึ่งลูกๆจะเรียกพ่อ แม่ได้อย่างสนิทใจ ถ้าพ่อ แม่ผูกเสี่ยวกับใคร  ลูกก็จะเรียกพ่อเสี่ยว แม่เสี่ยวตามไปด้วย
               การผูกเสี่ยว เป็นสายสัมพันธ์แห่งความรัก ถ้าคนเรามีแต่ความรักมีแต่มิตร ไม่มีศัตรู โลกก็จะมีแต่สันติสุข การ ผูกเสี่ยวจึงเป็นฐานมิตรภาพ ที่ให้คนทั้งโลกหันมาเป็นมิตรกัน ชาวอีสานมีธรรมเนียมผูกมิตรมาแต่โบราณกาล เรียกประเพณีนี้ว่า “ผูกเสี่ยว”
       จังหวัดขอนแก่นได้เล็งเห็นความสำคัญของประเพณีดั้ง เดิมนี้ ทั้งในด้านศิลปะ วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง และจิตสำนึกในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อสืบทอดมรดกวัฒนธรรม อันดีงามของชาวอีสาน จึงได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำปีของจังหวัด จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2523 ในชื่อว่า “เทศกาลงานไหม และประเพณีผูกเสี่ยว ปี พ.ศ. 2523” และนับจากนั้นมาจังหวัดขอนแก่นได้จัดประเพณีผูกเสี่ยวเป็นงานประจำปีของ จังหวัดมาจนทุกวันนี้
ประเพณีผูกเสี่ยว
               
คำว่า “เสี่ยว” เป็นภาษาไทยอีสานคนทั่ว ไปมักเข้าใจว่าเพื่อนแท้จริงแล้วคือ เสี่ยว มีความหมายลึกซึ้งยิ่งให ญ่ในตัวเอง เจ้าของภาษาเท่านั้นจึงจะเข้าใจและทราบซึ้งในคำนี้ คือหมายถึง มิตรแท้ เพื่อนแท้ เพื่อนตาย ซึ่งมีความจริงใจต่อกัน มีความผูกพันด้านจิตใจอันละเอียดอ่อนลึกซึ้งยาวนาน และอมตะ ไม่มีอำนาจอันใดจะมาพรากให้จากกันได้ แม้แต่ความตาย คนที่จะเป็นเสี่ยวกันได้ต้องมีพ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือผูกให้เป็นเสี่ยวกัน คนที่เป็นเสี่ยวกัน จะมีข้อมูลผูกพันรักนับถือกันอย่างแท้จริง และแน่นเฟ้นตลอดไป
ความเป็นมาของประเพณีผูก เสี่ยว
             
การผูกเสี่ยว เป็นประเพณีของพี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สืบทอดมานานปรากฏหลักฐานในหนังสือที่ ถือได้ว่าเป็นวรรณคดีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายเรื่อง  เช่น เรื่องรามเกียรติ์ตอนพญาครุฑคิดถึงเสี่ยวเป็นกลอนว่า  “อันว่า ปิตาพระ พ่อพญาภายพุ้น ฮ้อยว่า จักไปหาเจ้า สหายแพงผู้เป็นเสี่ยว” และในเรื่องผาแดงนางไอ่ตอนสองพญานาค แบ่งเมืองกันปกครอง และให้สัญญาต่อกัน “สองก็ฮักขอดมั่นเหมือนฮ่วมเคหัง การครองคุณเสี่ยวสหายหล ายชั้นจึงได้ขอดมั่นหมายฮ่วมไมตรี เพื่อจัดเป็นใจเดียว บ่ลอยมายม้าง”
             
การปฎิบัติในการผูกเสี่ยว เดิมเป็นประเพณีระหว่างบุคคลและบุคคลหรือระหว่างครอบครัวกับครอบครัว คือพ่ อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ (ผู้เฒ่าผู้แก่)  เมื่อเห็นบุตรหลานของตนมีรูปร่างลักษณะ ผิวพรรณ นิสัยใจคอ หรือมีความสนิทสนมชิดชอบกับบุตรหลานของอีกฝ่ายหนึ่งก็จะทาบทามขอผูกเป็น เสี่ยวกันตอนทาบทามนี้  เรียกว่า “ แฮกเสี่ยว” เมื่อตกล งแล้วก็จะให้เป็นเสี่ยวกันโดยใช้เส้นด้ายสีขาวผูกข้อมือของแต่ละคนเพื่อให้ เป็นสิริมงคลแก่คู่เสี่ยวยิ่งขึ้น  บางแห่งก่อนจะผูกแขนเสี่ยวก็จัดพิธีสู่ขวัญบายศรีคู่เสี่ยวก่อน ตอนใช้ด้ายผูกแขนนี้เรียกว่า “ผูก เสี่ยว” เมื่อทำพิธีผูกเสี่ยวเสร็จแล้ว พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือให้โอวาท ให้ศีลให้พร  อบรมสั่งสอนให้คู่เสี่ยวรักนับถือกัน ตลอดพ่อแม่พี่น้อง แล ะวงศาคณาญาติ ของกันและกัน ให้การช่วยเหลือแก่กันตลอดไปตอนนี้เรียกว่า  “ขอดเสี่ยว” หลังจากนั้นก็เลี้ยงข้าวปลา อาหารกันตามสมควร
               การผูกเสี่ยวนี้นิยมผูกเป็นเสี่ยวกัน ก็เฉพาะชายกับชาย  หญิงกับหญิง และต้องมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันหรือใ กล้เคียงกันเท่านั้น ความผูกพันของเสี่ยว การผูกเสี่ยวเป็นประเพณีและวัฒนธรรมทางสังคม ที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของพี่น้องชาวอีสาน และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน  เมื่อมีการผูกเป็นเสี่ยวกันทุกฝ่ายยอมรับสำนึกในภาระหน้า ที่ต้องปฏิบัติต่อกัน มีข้อผูกพันแนบแน่นสนิทใจนับถือรวมไปจนถึงวงศาคณาญาติของกันและกัน ประหนึ่งว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งสรุปข้อผูกพันของเสี่ยวในเชิงพฤติกรรมได้ ดังนี้
 เสี่ยวต่อเสี่ยว    ตามประเพณีถือว่า  เสี่ยวต่อเสี่ยวมีฐานะคล้ายกันเป็นบุคคลเดียวกันจึงมีความสนิทสนมเป็นอัน หนึ่งอั นเดียวกันที่สุด  สามารถไว้ใจกัน บอกความลับต่อกันและปกปิดความลับให้กันและกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเจือจุน ไม่ทอดทิ้งกันยามมีภัย ไม่ดูหมิ่นกันในยามฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตกยาก และว่ากล่าวตักเตือนกันได้
สี่ยวในเครือญาติ   มีประเพณีที่ยึดถือกันมาแต่โบราณว่า เมื่อเป็นเสี่ยวกันแล้วจะต้องนำคู่เสี่ยวของตนไปรู้จักกับบิดาม ารดา ญาติพี่น้องของตนและให้ผูกแขนอีกครั้งหนึ่ง  ทั้งสองฝ่ายจะต้องยอมรับญาติของเสี่ยวเป็นญาติของตนด้วย  ดังนั้น  จึงมีคำเรียกตามมาว่า  พ่อเสี่ยว แม่เสี่ยว พี่เสี่ยว น้องเสี่ยว ลูกเสี่ยว เป็นต้น
             ไปมาหาต้อน    เสี่ยวต่อเสี่ยวจะต้องมีการติดต่อกันอยู่เสมอมิได้ขาด โดยจะไปมาหาสู่กันอยู่เนืองนิจ  ตามประเพณีที่ถือกันมาจะมีของฝาก ที่เรียกว่า  “ของต้อน”   ติดไปด้วย  แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีเพื่อแสดงออกซึ่งน้ำใจไมตรี
            ไปมาหาแวะ   หากมีธุระจำเป็นต้องเดินทางผ่านที่อยู่ของเสี่ยวอีกฝ่ายหนึ่ง จะต้องแวะเสี่ยวของตนเสียก่อน  หากคู่เสี่ยวได้รับการบอกกล่าวขอร้องให้เดินทางติดตามโจรผู้ร้ายร่วมกัน หรือไปในที่เสี่ยงอันตรายแล้ว ผู้ถูกขอร้องจะต้อ งเสียสละหยุดงานส่วนตัวเดินทางไปกับเสี่ยวจนได้
              ฮ่วมเป็นฮ่วมตาย    ถ้าเสี่ยวฝ่ายหนึ่งตกทุกข์ได้ยาก หรือมีความเดือดร้อน เช่น การคลอดบุตร การเจ็บป่วย หรือประสบอันตราย  เสี่ยวอีกฝ่ายจะต้องเสียสละเข้าไปช่วยเหลือจนเต็มกำลังสามารถ ถึงขั้นที่เรียกว่าอาจตายแทนกันได้

ประโยชน์ของเสี่ยว
       การผูกเสี่ยวนับว่าเอื้ออำนวยประโยชน์กว้างขวางมาก เพราะเป็นการสร้างความเป็นเพื่อน ความผูกพัน ความรัก ความนับถือให้เกิดขึ้นในหมู่ชน  ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะคู่เสี่ยวเท่านั้น แต่ยังแผ่กระจายไปถึงพ่อแม่ ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่า ยอีกด้วย  ดังนั้นการผูกเสี่ยวจึงมีประโยชน์ ดังนี้

1. ด้านสังคม เป็นการสร้างสัมพันธภาพ ความรัก ความสามัคคี ให้ประชาชนมีความรักนับถือซึ่งกันและกัน สามารถแก้ปั ญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์ และทำให้ประชาชนคุ้นเคยกันไปมาหาสู่กันฉันท์มิตรซึ่งจะทำให้อยู่ร่วมกันอ่าง มีความสุข
2. ด้านเศรษฐกิจ เมื่อประชาชนรักและซื่อสัตย์ต่อกัน ย่อมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยกันพัฒนาอาชีพให้ดีขึ้นเป็นการลดช่องว่างระหว่างประชาชนอันเป็นผลดีต่อ เศรษฐกิจ
3. ด้านพัฒนาท้องถิ่น และให้ความร่วมมือ เมื่อประชาชนมีความเข้าใจดีต่อกันย่อมไว้วางใจและร่วมปรึกษาหารือกัน ซึ่งจะเป็นผลดีในด้านพัฒนาร่วมกัน เสียสละ สร้างสรรค์ สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้เกิดในท้องถิ่น และสังคมของตน
4. ด้านป้องกันอาชญากรรม เมื่อประชาชนมีความรัก นับถือ รู้จักคุ้นเคยกัน ความขัดแย้งก็จะไม่เกิด หรือหากเกิดก็ระงับลงได้ด้วยสันติวิธี
5.ด้านการเมืองและการสร้าง ความมั่นคงแห่งชาติ การผูกเสี่ยวเป็นการฟื้นฟุอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามไว้ เป็นการสร้า งปฏิบัติการเพื่อมวลชนให้เป็นกลุ่มก้อน สร้างความรัก ความเข้าใจในหมู่ชนให้ทุกคนมีความสามัคคีอยู่ร่วมกันโดยสันติ

อุดมการณ์ ของการผูกเสี่ยว
        คนที่จะเป็นเสี่ยวกันนั้น ถ้าเป็นเด็กบิดามารดาของทั้ง 2 ฝ่าย จะดูแลสังเกตพฤติกรรมของเด็กว่ารักกันเพียงใด สมค วรเป็นเพื่อนสนิทร่วมชาติกันได้หรือไม่ แล้วจึงค่อยมีการผูกเสี่ยวกัน แต่ในกรณีที่บรรลุนิติภาวะแล้วสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเป็นเสี่ยวกันได้หรือ ไม่แล้วจึงค่อยตัดสินใจผูกเสี่ยวกัน
         คนอีสานส่วนมากผูกเสี่ยวตั้งแต่อายุยังน้อยคือสมัยเป็นเด็ก เมื่อผูกลูกให้เป็นเสี่ยวกันแล้วพ่อแม่ก็กลายเป็นพ่อเสี่ยว แม่เสี่ยวไปด้วย

ข้อพิจารณาสำหรับคนที่จะ เป็นคู่เสี่ยวตามอุดมการณ์ณ์ของชาวอีสาน คือ
1.เกิดพร้อมกัน หมายถึงปีเดียวกัน
2.นิสัยคล้ายคลึงหรือเหมือนกัน
3.หน้าตาคล้ายคลึงกัน
4.บุคลิกคล้ายคลึงกัน

// //

ลักษณะ ของคู่เสี่ยว
1.เป็นเพศเดียวกัน
2.มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
3.มีรูปร่างลักษณะผิวพรรณคล้ายกัน
4.มีลักษณะนิสัยใจคอค่อนข้างเหมือนกัน
 

คุณสมบัติของคู่เสี่ยว 7 ประการ
       
ตามแนวของท่านพระพิมลธรรม วัดมหาธาตุกรุงเทพมหานคร
1.ให้สิ่งที่หายากได้โดย ยาก (แม้ชีวิต) แก่กันและกันได้
2.ช่วยเหลือซึ่งกันและกันแม้ สิ่งที่ทำได้โดยยาก
3.อดทนต่อถ้อยคำที่ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกัน
4.บอกความลับของตนแก่เสี่ยวโดยเปิดเผย
5.ปกปิดความลับของเสี่ยวโดยไม่แพร่งพราย
6.ไม่ทอดทิ้งกันในยามมีภัย
7.ไม่ดูหมิ่นแม้ในยามสิ้นเนื้อประดาตัว

สถานภาพของ เสี่ยว บิดา มารดา ญาติพี่น้อง และหมู่บ้านของเสี่ยวหลังการผูกเสี่ยวแล้วมีดังนี้
1. หลังจากได้ผูกเสี่ยวแล้วคู่เสี่ยวจะรักใครปรองดองกันไปมาหาสู่กัน เป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันเสมือนเป็นบุคคลเดียวกัน การหยอกล้อกันย่อมไม่มีการถือโทษโกรธกันม มีอะไรก็ให้อภัยแก่กันได้
2. สถานภาพของบิดา มารดา ญาติพี่น้อง และหมู่บ้านของเสี่ยว ญาติพี่น้องของเสี่ยวก็จะมีสถานภาพเป็นญาติพี่น้องของตน ความผูกพันนี้จะมีไปถึงระดับหมู่บ้านด้วย คนในหมู่บ้านก็เป็นเสมือนญาติพี่น้องของตน

         พิธีการผูกเสี่ยวโดยจัดให้มีพิธีสงฆ์จะ เจริญชัยมงคล ประพรมน้ำพระพุทธมนต์สำหรับคู่เสี่ยว หลังจากเสร็จพิธีผู กข้อต่อแขนแล้ว เพื่อความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น
         ผูกเสี่ยวด้วยการดื่มน้ำสาบาน เป็นพีการที่นิยมหรือกระทำมาแต่โบราณจากน้ำสาบานประกอบด้วยเครื่องศาสตราวุ ธหลายประการ เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าคำสาบานที่มีต่อกันด้านความรัก ความช่วยเหลือกัน ร่วมมือซึ่งกันและกันว่าจะไม่ทรยศ ไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำลายความสัมพันธ์ของคู่เสี่ยวได้ นอกจากความตายซึ่งเป็นที่นิยมกันมาแต่โบราณ
         การผูกเสี่ยว  เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวอีสานที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นปู่ย่าตายายสู่รุ่น ลูกรุ่นหลาน เป็นวัฒนธร รมที่ชาวอีสานทุกคนเข้าใจซาบซึ้งในความหมายดีอยู่แล้ว เป็นการสร้างเพื่อนสนิท เพื่อนแท้ เพื่อนตาย สร้างความรัก ความสามัคคี ความผูกพัน และสัมพันธภาพที่เหนียวแน่นและอมตะให้แก่ประชาชน  ด้วยความสำนึกในภาระหน้าที่และป ระเพณีวัฒนธรรมอันดีงามนี้ นับว่าการผูกเสี่ยวเป็นประเพณีที่ดีงามและมีคุณค่าในทุกด้าน  จังหวัดขอนแก่น จึงได้ฟื้น ฟูและอนุรักษ์ให้คงอยู่คู่กับชาวอีสานตลอดไป  จึงขอเชิญชวนให้ชาวอีสานทุกคนได้ร่วมใจผูกเสี่ยว เพื่อสร้างสัมพันธภาพแห่งความรัก ความผูกพัน สืบทอดมรดกวัฒนธรรมอันดีงามของชาวอีสาน ในงานเทศกาลไหม ประเพณีผูกเสี่ยวและ งานกาชาดขอนแก่น เป็นประจำทุก ๆ ปี ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม ของทุกปี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: